<?xml version="1.0" encoding="ISO-8859-1"?>

<!DOCTYPE rss PUBLIC "-//Netscape Communications//DTD RSS 0.91//EN"
 "http://my.netscape.com/publish/formats/rss-0.91.dtd">

<rss version="0.91">

<channel>
<title>โรงพยาบาลสัตว์บางนา -- ยินดีให้บริการ</title>
<link>http://www.bphpetcare.com/</link>
<description>โรงพยาบาลสัตว์บางนา -- ยินดีให้บริการ</description>
<language>en-us</language>

<item>
<title>นิ่วในไตสุนัข</title>
<link>http://www.bphpetcare.com//modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=17</link>
<description><table border="0" width="500" align="center">
	
		<tr>
			<td rowspan="2" width="153"><img src="kidney-front.jpg" alt="ก้อนนิ่วในไต" width="150" height="166"></td>
			<td align="left" valign="top"><strong>นิ่วในไตสุนัข<br>
			</strong>โดย โรงพยาบาลสัตว์บางนา&nbsp; </td>
		</tr>
		<tr>
			<td width="337" align="left" valign="top"><br>
			<p>
			นิ่วในไตเป็นโรคที่พบไม่บ่อยนักในสุนัข &nbsp;&nbsp;โดยชนิดนิ่วในไตที่พบมากคือ&nbsp; นิ่วชนิด แคลเซียมออกซาเลต (calcium oxalate) รองลงมาคือ สตรูไวท์ (struvite)&nbsp; และพบในเพศเมียมากกว่าเพศผู้<br>
			สาเหตุและกลไกการเกิดนิ่วในไตยังไม่ทราบแน่ชัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;มักเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน โดยมีปัจจัยเสี่ยง เช่น การติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ อาหาร อาหารเสริม และพันธุกรรม เป็นต้น ทั้งนี้พบว่า สุนัขส่วนใหญ่ที่มีนิ่วในไต จะไม่แสดงอาการผิดปกติใดๆ&nbsp;ถ้าไม่มีการติดเชื้อ หรือไม่มีการอุดตันของท่อไต 
			</p>
			</td>
		</tr>
		<tr>
			<td>&nbsp;</td>
			<td align="left" valign="top">&nbsp;</td>
		</tr>
	
</table>
</description>
</item>

<item>
<title>เมื่อสุนัขโดนงูกัด</title>
<link>http://www.bphpetcare.com//modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=16</link>
<description><table border="0" width="500" align="center">
	
		<tr>
			<td rowspan="2" width="153"><img src="images/BPH/snake-bit-dog/front.jpg" alt="เมื่อสุนัขโดนงูกัด" width="150" height="200"></td>
			<td align="left" valign="top"><strong>เมื่อสุนัขโดนงูกัด<br>
			</strong>โดย&nbsp; สพ.ญ. อรรถยา&nbsp;&nbsp; ทิพย์อักษร&nbsp; และสพ.ญ.ณิชชา &nbsp;&nbsp;ธีรกรรัชต์</td>
		</tr>
		<tr>
			<td width="337" align="left" valign="top"><br>
			<p>
			งูที่เราพบในธรรมชาติแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ<br>
			1. งูมีพิษ<br>
			2. งูไม่มีพิษ<br>
			โดยสามารถแยกได้จากรอยเขี้ยว กล่าวคือ<br>
			รอยแผลรูปเกือกม้า <u>ไม่มีรอยเขี้ยว</u> =&gt; &nbsp;จะเป็นงูไม่มีพิษ 
			</p>
			รอยแผลรูปเกือกม้า <u>มีรอยเขี้ยว</u> 2 จุด =&gt; จะเป็นงูมีพิษ&nbsp; (แต่อาจพบเพียงจุดเดียว&nbsp;&nbsp; หรือพบมากกว่า&nbsp; 2 จุด&nbsp; ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจังหวะและจำนวนครั้งที่ถูกกัด)</td>
		</tr>
	
</table>
</description>
</item>

<item>
<title>กิจกรรม Goodbye for Tick and Flea</title>
<link>http://www.bphpetcare.com//modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=15</link>
<description><table border="0" width="500">
	
		<tr>
			<td rowspan="2" width="151" align="left" valign="top"><img src="010309_front.jpg" alt="Merial" width="150" height="189"></td>
			<td width="339" valign="top"><u>กิจกรรม Goodbye for Tick and Flea</u></td>
		</tr>
		<tr>
			<td valign="top">ทางโรงพยาบาลสัตว์บางนาร่วมกับบริษัท เมเรียล (ประเทศไทย) จำกัด&nbsp; จัดกิจกรรม Goodbye for Tick and Flea ขึ้น เมื่อวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ และวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2552 ที่ผ่านมา เพื่อรณรงค์ให้ผู้ที่รักสัตว์เลี้ยงทุกท่าน ใส่ใจในการป้องกันเห็บหมัดให้กับสัตว์เลี้ยงของตนเอง ซึ่งในงานมีการจำหน่าย Frontline และ Heartgard ในราคาพิเศษ พร้อมของที่ระลึกมากมาย และมีการหยอด Frontline ให้กับแมว และสุนัขที่มีน้ำหนักไม่เกิน 5 กิโลกรัม ฟรี ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ที่รักสัตว์เลี้ยงเป็นจำนวนมาก</td>
		</tr>
	
</table>
</description>
</item>

<item>
<title>กิจกรรมงาน My Pet Day</title>
<link>http://www.bphpetcare.com//modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=14</link>
<description><table border="0" width="500">
	
		<tr>
			<td rowspan="2" width="151" align="left" valign="top"><img src="images/BPH/mypetday/front.jpg" altwidth="150" height="195"></td>
			<td width="339" valign="top"><u>กิจกรรมงาน My Pet Day</u></td>
		</tr>
		<tr>
			<td valign="top">เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 ที่ผ่านมา ได้มีการจัดกิจกรรมงาน My Pet Day ขึ้นที่โรงพยาบาลสัตว์บางนา ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมร่วมกับนิตยสาร YOURPET วาไรตี้สายพันธุ์ใหม่ เพื่อคนรักสัตว์โดยเฉพาะ เพื่อเปิดโอกาสให้คนรักสัตว์ และประชาชนทั่วไป ได้มาทำกิจกรรมร่วมกันภายในวันหยุดสุดสัปดาห์&nbsp;&nbsp; โดยภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย ให้สัตว์เลี้ยงและเจ้าของได้ร่วมสนุกกัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินแฟชั่นโชว์ โดยนายแบบนางแบบสี่ขาที่เคยขึ้นปกนิตยสาร YOURPET, การสาธิตวิธีการทำอาหารสำหรับสุนัข โดย Dogery, การเล่นเกมส์ การดูดวงสัตว์เลี้ยง และการออกบูธของผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง, การร่วมประมูลของรักดารา และการตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยงฟรี โดยสัตวแพทย์ของโรงพยาบาลสัตว์บางนา นอกจากนี้ยังมีตัวการ์ตูนจากเรื่อง Dogga Doop ซึ่งเป็นรายการที่ออกอากาศทางช่อง 3 มาสร้างสีสันภายในงานอีกด้วย</td>
		</tr>
	
</table>
</description>
</item>

<item>
<title>เนื้องอกชนิด Melanoma</title>
<link>http://www.bphpetcare.com//modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=13</link>
<description><table border="0">
	
		<tr>
			<td align="left" valign="top"><strong>เนื้องอกชนิด Melanoma</strong><br>
			โดย&nbsp; สพ.ญ. พรพนิต&nbsp;&nbsp; ตันเถียร&nbsp;&nbsp; และ&nbsp; สพ.ญ. อุษณากร&nbsp; พงษ์สง่างาน</td>
		</tr>
		<tr>
			<td class="style2" align="left" valign="top">เนื้องอกชนิด Melanoma เกิดจากเซลล์สร้างสีผิวที่เรียกว่า melanocyte ที่แบ่งตัวนอกเหนือการควบคุมของร่างกาย และกระจายเข้าไปสู่เนื้อเยื่อข้างเคียง พบได้ทั้งชนิดที่ไม่รุนแรงและชนิดที่เป็นมะเร็ง ลักษณะที่พบคือ เป็นเนื้องอกขอบไม่เรียบและมีสีต่างๆ สามารถพบเนื้องอกชนิด Melanoma ที่บริเวณผิวหนังของศีรษะ&nbsp;ปลายเท้า&nbsp;หลัง และภายในช่องปาก&nbsp;ซึ่งโดยมากแล้วมักพบในช่องปากของสุนัข</td>
		</tr>
	
</table>
</description>
</item>

<item>
<title>ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำในสุนัข</title>
<link>http://www.bphpetcare.com//modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=12</link>
<description><table border="0" width="500">
	
		<tr>
			<td rowspan="2" width="153" align="left" valign="top"><img src="images/BPH/tyroid/thyroid_page_shot.jpg" alt="thyroid" width="150" height="219"></td>
			<td width="337" align="left" valign="top">ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำในสุนัข<br>
			</td>
		</tr>
		<tr>
			<td align="left" valign="top">เป็นภาวะที่เกิดจากการที่มีการสร้างไทรอยด์ฮอร์โมนที่ไม่เพียงพอ และก่อให้เกิดความผิดปกติต่างๆ ของร่างกายโดยแสดงออกทางผิวหนัง และอาการทางคลินิก&nbsp; โดยอาการที่อาจพบคือ&nbsp;สุนัขอาจมีน้ำหนักตัวมากกว่าปกติ&nbsp;อ่อนเพลีย (weakness) ขนร่วง (alopecia) โดยมักเจอในสุนัขอายุ&nbsp; 6-10&nbsp; ปี&nbsp; ถ้าเจอในสุนัขอายุน้อยให้สงสัยว่าใช่หรือไม่&nbsp; และมักจะพบในสุนัขพันธ์ใหญ่เช่น&nbsp; Great Dane&nbsp; ที่ทำหมันแล้ว&nbsp;โดยในสุนัขพันธุ์ใหญ่สามารถพบในอายุน้อยกว่า&nbsp; 6&nbsp; ปีได้</td>
		</tr>
	
</table>
</description>
</item>

<item>
<title>Heat Stroke หรือโรคลมแดด</title>
<link>http://www.bphpetcare.com//modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=11</link>
<description>Heat Stroke 
<table border="0">
	
		<tr>
			<td rowspan="2" align="left" valign="top"><img src="images/BPH/heat/dog_heat.jpg" alt="heat-stroke dog" width="150" height="214"><br>
			</td>
			<td valign="top">
			<p>
			Heat Stroke หรือโรคลมแดด 
			</p>
			</td>
		</tr>
		<tr>
			<td valign="top"><br>
			เป็นโรคที่มักพบในสัตว์เลี้ยง เนื่องจากประเทศไทยเป็นเมืองร้อน สัตว์อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงมากกว่าปกติ เป็นเวลานานๆ โดยเฉพาะในบริเวณที่อากาศไม่ถ่ายเท เช่น ในรถที่ปิดกระจกสนิท สัตว์เลี้ยงจะมีไข้สูงมาก ซึ่งโดยปกติอุณหภูมิร่างกายไม่ควรเกิน &nbsp;100.5-102.5 องศาฟาเรนไฮต์ แต่ถ้าสัตว์มีอุณหภูมิสูงถึง 105 องศาฟาเรนไฮต์ จะทำให้สัตว์มีอาการหอบ หายใจลำบาก น้ำลายไหลยืด มีภาวะขาดน้ำ อาเจียน เหงือกสีแดงเข้ม ซึ่งถ้ารุนแรงมากอาจทำให้อุจจาะระเป็นเลือด เกิดภาวะช็อค ชัก หรือหมดสติ และอาจทำให้สัตว์เสียชีวิตได้</td>
		</tr>
	
</table>
</description>
</item>

<item>
<title>บทความโรงพยาบาลสัตว์บางนา: โรคเบาหวานในสุนัขและแมว</title>
<link>http://www.bphpetcare.com//modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=10</link>
<description><table border="0">
	
		<tr>
			<td><img src="images/BPH/diabate/dog_slender.jpg" alt="โรงพยาบาลสัตว์บางนา: โรคเบาหวานในสุนัขและแมว" width="150" height="222"></td>
			<td valign="top">
			<p>
			โรคเบาหวาน คือ โรคที่มีระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูง ซึ่งปกติแล้วการที่ร่างกายจะสามารถนำน้ำตาลในกระแสเลือดไปใช้ได้นั้นจะต้องอาศัยฮอร์โมน&nbsp; insulin&nbsp; ที่ผลิตมาจากตับอ่อน ซึ่งสาเหตุของการเกิดโรคเบาหวานนั้นแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ คือ 
			</p>
			<ul>
				<li>ตับอ่อนไม่สามารถผลิตฮอร์โมน insulin ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายได้&nbsp;&nbsp; หรือ&nbsp; </li>
				<li>ตับอ่อนสามารถผลิตฮอร์โมน insulin ได้ปกติ แต่มีความบกพร่องในการออกฤทธิ์ของฮอร์โมน insulin ดังนั้นจึงส่งผลให้มีระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูงกว่าปกติ ซึ่งก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานขึ้นนั่นเอง</li>
			</ul>
			</td>
		</tr>
	
</table>
</description>
</item>

<item>
<title>โรคภูมิแพ้อาหารในสุนัข (Food Allergy)</title>
<link>http://www.bphpetcare.com//modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=9</link>
<description><table border="0" width="500">
	
		<tr>
			<td><font face="tahoma,arial,helvetica,sans-serif" size="3">โรคภูมิแพ้อาหารในสุนัข (Food Allergy)</font></td>
		</tr>
		<tr>
			<td>
			<p>
			<img src="images/food_b.jpg" alt="Food allergy" title="Food allergy" width="126" height="159" align="left">โรคผิวหนังที่เกิดจากการแพ้ที่มารักษาที่โรงพยาบาลสัตว์บางนานั้น มีอยู่ด้วยกันหลายสาเหตุ&nbsp; &ldquo;โรคภูมิแพ้อาหาร&rdquo; ก็เป็นโรคหนึ่งที่พบได้บ่อยในสุนัข &nbsp;โรคภูมิแพ้อาหารนี้เกิดจากการตอบสนองที่ผิดปกติของปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันของร่างกายต่ออาหารที่สุนัขได้รับ อาหารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้นั้นส่วนใหญ่มักจะเป็นพวกโปรตีน&nbsp; ซึ่งเนื้อวัวและผลิตภัณฑ์จากเนื้อวัวจัดเป็นอาหารที่ทำให้สุนัขเกิดอาการแพ้ได้มากที่สุด 
			</p>
			<p>
			ทางโรงพยาบาลสัตว์บางนาพบว่า โรคภูมิแพ้อาหารนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับอายุและเพศของสุนัข อาจพบได้ในลูกสุนัขอายุน้อยกว่า&nbsp;&nbsp; 6 เดือน&nbsp; และจะพบมากในช่วงอายุ 1-3 ปี&nbsp; สุนัขที่มีอาการของโรคภูมิแพ้อาหารที่มารักษากับทางโรงพยาบาลสัตว์บางนานั้นมักมีประวัติการได้รับอาหารชนิดนั้น ๆ มานานเกิน 2 ปีขึ้นไป&nbsp; สุนัขที่มีโอกาสพบโรคภูมิแพ้อาหารได้มาก ได้แก่ Miniature schnauzers , American Cocker spaniels , Labrador retrievers , Golden retrievers , Dalmatians , German shepherds&nbsp; เป็นต้น 
			</p>
			</td>
		</tr>
	
</table>
<br>
</description>
</item>

<item>
<title>เม่นแคระ</title>
<link>http://www.bphpetcare.com//modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=8</link>
<description><p>
<strong><u><font face="tahoma,arial,helvetica,sans-serif" size="3">เม่นแคระ<br>
<br>
</font></u></strong>
</p>
<p>
<font size="3"><font face="tahoma,arial,helvetica,sans-serif"><img src="images/mencrae/clip_image002.jpg" border="0" alt="เม่นแคระ" title="เม่นแคระ" width="150" height="112" align="left"><font size="2">ในช่วงเดือนที่ผ่านมา โรงพยาบาลสัตว์บางนา โดยผู้เขียนได้มีโอกาสรักษาเม่นแคระอยู่หลายเคสทีเดียว เลยฉุกคิดได้ว่าแม้ในช่วงเวลานี้กลุ่มผู้ที่นิยมเลี้ยงสัตว์ประเภทพิเศษอย่างเจ้าเม่นแคระก็ยังมีจำนวนอยู่พอสมควรทีเดียว <br>
ทั้งที่ตอนนี้ความนิยมในการเลี้ยงสัตว์ประเภทพิเศษเหล่านี้จะเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นๆไปบ้างแล้ว จริงๆถ้าไปเดินเที่ยวสวนจตุจักรเป็นประจำก็จะทราบได้ว่า ณ ตอนนี้คนเค้าจะฮิตเลี้ยงตัวอะไรกันบ้าง เป็นแฟชั่นอย่างหนึ่งของคนรักสัตว์รึเปล่าก็ไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ๆเราคงต้องเลี้ยงเค้าอย่างถูกวิธีดังที่ควรจะเป็นตามชนิดของเค้านั่นแหละค่ะ ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้ของคนรักสัตว์จริงๆ <br>
วันนี้เลยได้โอกาสหยิบเอาเจ้าสัตว์เลี้ยงตัวน้อยอย่างเม่นแคระมาเป็นพระเอกของบทความในวันนี้</font></font></font> 
</p>
</description>
</item>

</channel>
</rss>